หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: ยินดีต้อนรับสู่ "กูรูฟอรั่ม" www.guruforum.in.th ศูนย์รวมนักวิชาชีพและผู้แสวงหาความรู้ด้านกฎหมาย บัญชี ภาษีอากร การเงิน บริหาร และไอที ร่วมถาม-ตอบ แบ่งปันประสบการณ์ความรู้ เพื่อพัฒนาสังคมวิชาชีพให้ก้าวหน้า สมาชิกจะได้รับสิทธิในการตั้งคำถาม ตอบคำถาม รับข่าวสาร และร่วมโหวตในประเด็นต่างๆ ท่านใดที่ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกกรุณาลงทะเบียนที่เมนูด้านบนครับ

+  GURUFORUM
|-+  Professional Community
| |-+  บัญชี-การเงิน
| | |-+  บัญชีเงินสำรองเพื่อพนักงานเกษียณ
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: บัญชีเงินสำรองเพื่อพนักงานเกษียณ  (อ่าน 2910 ครั้ง)
krist
Newbie
*
กระทู้: 1


« เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2009, 01:50:28 PM »

บริษัทผมตั้งเงินสำรองเพื่อพนักงานเกษียณ (ไว้ที่หมวด ส่วนของเจ้าของ) คือว่า เขาใช้มาแต่เดิมแล้วครับ แล้วทีนี้ มีพนักงานลาออกเราต้องจ่ายค่าใช้จ่ายตัวนี้จะต้องกลับรายการอย่างไร จึงจะถูกมาตรฐานการบัญชีครับ ผมจะไม่ตั้งค่าใช้จ่ายได้ไหมครับ
DR. สำรองเงินเกษียณ
CR. เงินสด / ธนาคาร   

ช่วยตอบด้วยครับ
ขอบคุณมากๆครับ
บันทึกการเข้า
Nairobroo
Newbie
*
กระทู้: 18


« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2009, 09:22:15 PM »

ข้อมูลผิดหรือเปล่าครับ ที่ไปไว้ที่ส่วนของเจ้าของ แปลกมาก ระวังจะมีปัญหานะครับ

โดยปกติเค้าจะบันทึกที่หนี้สินไม่หมุนเวียนครับ

ถ้ามีการจ่ายก็เดบิต หนี้สินที่ตั้งไว้ และเครดิต เงินสด

บอกตรงๆไม่เคยเจอครับ

ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มบอกได้นะครับ

Nairobroo@gmail.com
บันทึกการเข้า
Nairobroo
Newbie
*
กระทู้: 18


« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2009, 01:46:56 PM »

คำนิยาม

หนี้สิน คือ ต้องเป็นภาระผูกพันในปัจจุบันของกิจการ ภาระผูกพันหมายถึง หน้าที่หรือความรับผิดชอบที่ต้องปฏิบัติด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ภาระผูกพันอาจมีผลบังคับตามกฎหมายเนื่องจากเป็นสัญญาผูกมัดหรือเป็นข้อบังคับตามกฎหมาย ตัวอย่างเช่น จำนวนเงินคงค้างจ่ายค่าสินค้าหรือบริการที่กิจการได้รับ อย่างไรก็ตาม ภาระผูกพันอาจเกิดจากการดำเนินงานตามปกติของกิจการจากประเพณีการค้า หรือจากความต้องการที่จะรักษาความสัมพันธ์เชิงธุรกิจหรือต้องการปฏิบัติในลักษณะที่เป็นธรรม ตัวอย่างเช่น หากกิจการมีนโยบายที่จะแก้ไขข้อบกพร่องของสินค้าแม้ไม่อยู่ในระยะเวลารับประกัน กิจการต้องบันทึกจำนวนเงินที่คาดว่าจะต้องจ่ายเพื่อการแก้ไขข้อบกพร่องของสินค้าที่ขายไปเป็นหนี้สิน

ส่วนของเจ้า หมายถึง ส่วนได้เสียคงเหลือจากสินทรัพย์หักหนี้สิน ส่วนของเจ้าของยังคงต้องจำแนกเป็นประเภทย่อยในงบดุล เช่น กิจการที่เป็นบริษัทจะจำแนกส่วนของเจ้าของเป็นเงินทุนที่ได้จากผู้ถือหุ้น กำไรสะสม สำรองที่จัดสรรจากกำไรสะสม และสำรองการปรับปรุงเพื่อการรักษาระดับทุน  การจำแนกประเภทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของผู้ใช้งบการเงิน เนื่องจากชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดทางกฎหมายหรือข้อจำกัดอื่นที่มีต่อความสามารถของกิจการในจ่ายเงินให้กับเจ้าของหรือการนำส่วนทุนไปใช้ การจำแนกประเภทยังสะท้อนให้เห็นถึงข้อเท็จจริงที่ว่าผู้มีส่วนได้เสียที่เป็นเจ้าของอาจมีสิทธิที่แตกต่างกันในการได้รับเงินปันผลและการจ่ายคืนส่วนของเจ้าของ

จากคำนิยามข้างต้นน่าจะพอเป็นแนวทางในการบันทึกบัญชีสำหรับเงินเกษียณอายุได้นะครับว่าควรบันทึกไว้ที่ใด สำหรับหลักการเกี่ยวกับมาตรฐานการบัญชีเรื่องเงินเกษียณยังไม่มีประกาศใช้อย่างเป็นทางการครับ มีเพียงร่างมาตรฐานซึ่งแปลมาจาก IAS 19 Employee Benefits ซึ่งมีเนื้อหาขอสังเขปดังนี้
•แบ่งผลประโยชน์ของพนักงานออกเป็น 4 ประเภท
1) ผลประโยชน์ระยะสั้น เช่น ค่าจ้าง เงินเดือน กองทุนเงินสมทบประกันสังคม เงินที่จ่ายระหว่างลาพักผ่อนประจำปีและลาป่วย ส่วนแบ่งกำไรและโบนัส และผลประโยชน์ที่ไม่เป็นตัวเงิน (เช่น การรักษาพยาบาล ที่พักอาศัย ยานพาหนะ และสินค้าหรือบริการที่ช่วยเหลือหรือให้เปล่าแก่พนักงาน) สำหรับพนักงานปัจจุบัน
2) ผลประโยชน์หลังออกจากงาน เช่น บำนาญ ผลประโยชน์อื่นเมื่อเกษียณอายุ เบี้ยประกันชีวิตและค่ารักษาพยาบาลหลังออกจากงาน
3) ผลประโยชน์ระยะยาวอื่นๆ ของพนักงานรวมถึง ผลตอบแทนในรูปการลางานสำหรับพนักงานที่ทำงานให้กับกิจการเป็นเวลานาน เช่น ลาบวช ลาศึกษาต่อ ลาเพื่อรับราชการทหาร ผลประโยชน์ครบรอบ 50 ปีหรือผลประโยชน์การให้บริการที่ยาวนานอื่นๆผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับความทุพพลภาพระยะยาวซึ่งเป็นการจ่ายตั้งแต่ 12 เดือนหลังวันสิ้นงวด นอกจากนี้ยังรวมส่วนแบ่งกำไร โบนัส และค่าตอบแทนที่จะจ่ายด้วย
4) ผลประโยชน์เมื่อเลิกจ้าง

•ให้รับรู้ผลประโยชน์ระยะสั้นของพนักงานเมื่อพนักงานได้ให้บริการแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์นั้น
•สำหรับโครงการสมทบเงิน (Defined Contribution Plan) ให้รับรู้การจ่ายเงินสมทบเมื่อพนักงานได้ให้บริการเพื่อแลกเปลี่ยนกับเงินสมทบนั้น
•สำหรับโครงการผลประโยชน์หลังออกจากงานอื่นๆ (Defined Benefit Plan) (โครงการบำเหน็จบำนาญ หรือกิจการมีการกำหนดให้พนักงานออกจากงานเมื่อเกษียณอายุ) ให้
บันทึกบัญชีทั้งภาระผูกพันทางกฎหมายและภาระผูกพันจากการอนุมานอื่นๆ ที่เกิดจากการปฏิบัติของกิจการ
กำหนด PV ของภาระผูกพันของผลประโยชน์อย่างสม่ำเสมอเพียงพอเพื่อมิให้จำนวนที่รับรู้ในงบการเงินแตกต่างอย่างเป็นสาระสำคัญจากจำนวน ณ วันที่ในงบดุล
ใช้วิธีคิดลดแต่ละหน่วยที่ประมาณการไว้ (Projected Unit Credit Method) เพื่อวัดมูลค่าภาระผูกพันและต้นทุน
จัดสรรผลประโยชน์ให้ปีที่ให้บริการตามสูตรคำนวณผลประโยชน์ของโครงการ เว้นแต่การให้บริการในปีหลังๆ จะนำไปสู่ผลประโยชน์ที่มากขึ้นกว่าปีก่อนๆ อย่างเป็นสาระสำคัญ
ใช้ข้อสมมติจากการประมาณตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยที่เป็นกลางและเป็นอิสระในการเปรียบเทียบกันได้เกี่ยวกับตัวแปรทางประชากรศาสตร์ (เช่น อัตราการออกจากงานและการมรณะ) และตัวแปรทางการเงิน (เช่น เงินเดือนที่เพิ่มขึ้นในอนาคต การเปลี่ยนแปลงต้นทุนค่ารักษาพยาบาลและผลประโยชน์บางอย่างของรัฐ)
กำหนดอัตราคิดลดโดยอ้างอิงกับอัตราผลตอบแทนในตลาดของหุ้น้ภาคเอกชนที่ได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับดี ณ วันที่ในงบดุล และใช้สกุลเงินและเงื่อนไขที่สอดคล้องกับสกุลเงินและเงื่อนไขของภาระผูกพันผลประโยชน์หลังออกจากงาน
รับรู้ต้นทุนบริการในอดีตด้วยวิธีเส้นตรงตลอดระยะเวลาเฉลี่ยจนกว่าพนักงานจะได้รับผลประโยชน์ที่ปรับเปลี่ยนอย่างเด็ดขาด

นายรอบรู้
nairobroo@gmail.com
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!