ค่าเบี้ยประชุมกรรมการบริษัทน่าจะแบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ
1. บริษัทจ่ายให้แก่บุคคลซึ่งเป็นพนักงานประจำของบริษัท
เงินได้ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร เช่นเดียวกับเงินเดือน กรณีบริษัทจ่ายค่าเบี้ยประชุมคณะกรรมการ และหรือค่าตอบแทนคณะกรรมการ ให้บริษัทนำเงินได้ดังกล่าวไปรวมคำนวณกับเงินเดือนและมีหน้าที่หักเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมิน โดยให้คูณเงินได้พึงประเมินด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย เพื่อให้ได้จำนวนเสมือนหนึ่งว่า ได้จ่ายทั้งปี แล้วคำนวณภาษีโดยนำเงินได้พึงประเมินไปหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนเป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใดให้หารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้นตามอัตราก้าวหน้า 10 – 37% สำหรับเงินได้สุทธิจากการคำนวณภาษีเงินได้เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 150,000 บาทแรกในปีภาษีนั้นได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ ดังนั้นหากเงินได้พึงประเมินสุทธิไม่ถึง 150,000 บาท ผู้จ่ายเงินไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้รับเงิน
2. บริษัทจ่ายให้แก่บุคคลซึ่งไม่ได้เป็นพนักงานประจำของบริษัท
ค่าเบี้ยประชุมดังกล่าวซึ่งบริษัทจ่ายเป็นประจำแก่บุคคลภายนอกเข้าลักษณะเป็นเงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ให้บริษัทนำเงินได้ดังกล่าวไปรวมคำนวณและมีหน้าที่หักเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมิน โดยให้คูณเงินได้พึงประเมินด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย เพื่อให้ได้จำนวนเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี แล้วคำนวณภาษีโดยนำเงินได้พึงประเมินไปหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนเป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใดให้หารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้นตามอัตราก้าวหน้า 10 – 37% สำหรับเงินได้สุทธิจากการคำนวณภาษีเงินได้เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 150,000 บาทแรกในปีภาษีนั้นได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ ดังนั้นหากเงินได้พึงประเมินสุทธิไม่ถึง 150,000 บาท ผู้จ่ายเงินไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้รับเงิน
สรุปว่าน่าจะคิดเหมือนกันทั้งสองวิธีคือใช้อัตราก้าวหน้า เพราะเงินได้ดังกล่าวเข้ามาตรา 40 (1) และ 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร
ขอบคุณครับ
นายรอบรู้
สำนักงานบัญชีนายรอบรู้
nairobroo@gmail.com