หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: ยินดีต้อนรับสู่ "กูรูฟอรั่ม" www.guruforum.in.th ศูนย์รวมนักวิชาชีพและผู้แสวงหาความรู้ด้านกฎหมาย บัญชี ภาษีอากร การเงิน บริหาร และไอที ร่วมถาม-ตอบ แบ่งปันประสบการณ์ความรู้ เพื่อพัฒนาสังคมวิชาชีพให้ก้าวหน้า สมาชิกจะได้รับสิทธิในการตั้งคำถาม ตอบคำถาม รับข่าวสาร และร่วมโหวตในประเด็นต่างๆ ท่านใดที่ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกกรุณาลงทะเบียนที่เมนูด้านบนครับ

+  GURUFORUM
|-+  Professional Community
| |-+  ภาษีอากร
| | |-+  ปัญหาการยื่นจดภาษีมูลค่าเพิ่ม
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ปัญหาการยื่นจดภาษีมูลค่าเพิ่ม  (อ่าน 1905 ครั้ง)
Nattaya
Newbie
*
กระทู้: 2


« เมื่อ: กรกฎาคม 24, 2009, 01:11:53 PM »

กรณีมีรายได้เกิน 1,800,000 ต้องจดขึ้นทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน ปัญหามีอยู่ว่า หจก.มีรายได้เกิน 1,800,000 บาท ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 51 แต่ไปจดขึ้นทะเบียน ภพ 01 เจ้าหน้าที่สรรพากรออกเลขรับแบบ ในวันที่ 31 ตุลาคม 51 เมื่อสรรพากรตรวจพบว่ารายรับเกิน 1,800,000 ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 51 จึงแจ้งให้ยื่นเพิ่มเติม รายได้นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มของรายได้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 51 ซึ่งกรณีนี้เท่ากับว่า สรรพากร ยอมรับว่า ห้างต้องขึ้นทะเบียนVat ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 51 ใช่หรือไม่ ปัญหามีต่อว่า เนื่องจากบริษํทได้ยื่นแบบ ภพ.30 ตั้งแต่เดือนภาษี ตุลาคม 51 โดยมีการออกใบกำกับภาษี เริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม 51 ทางสรรพากรอ้างว่า จดรับแบบตั้งแต่ 31 ตุลาคม 51 ดังนั้น ห้างไม่มีสิทธิออก ใบกำกับภาษี ซึ่งต้องชำระเบี้ยปรับสูงมาก ซึ่งการออกใบกำกับภาษีขายของห้าง นั้น ได้ออกให้กับส่วนราชการแห่งหนึ่งของกระทรวงมหาดไทย ตอนนี้เป็นกังวลกับเบี้ยปรับที่สูงมาก ไม่แน่ใจว่าจะสามารถโต้แย้งทางสรรพากรได้อย่างไร รบกวนชี้แนะด้วยค่ะ

 
บันทึกการเข้า
Sociolegalist
Global Moderator
Newbie
*****
กระทู้: 37


« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2009, 11:19:07 AM »

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับที่บริษัทของคุณต้องมีปัญหากับระบบการคิดเบี้ยปรับจากการดำเนินการผิดพลาดในเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร และก็ต้องขอให้คุณสงสารและเข้าใจเจ้าหน้าที่ด้วย เพราะบางครั้งเขาก็ไม่ได้อยากทำร้ายจิตใจผู้ประกอบการอย่างนี้ แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อกฎหมายบังคับกำหนดให้เป็นหน้าที่ของเขาในการต้องเรียกเก็บ ถ้าไม่ทำเจ้าหน้าที่ก็มีความผิดอีก ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกันทุกฝ่ายนะครับ

เรื่องปัญหาภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการได้รับปัญหาในทางปฏิบัติเยอะมากครับ เพราะขั้นตอนตามกฎหมาย และกระบวนการในการแจ้งต่างๆ ค่อนข้างซับซ้อน นอกจากนี้ ยังเป็นช่องทางให้สรรพากรเข้าตรวจสอบการดำเนินการของกิจการได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ผู้ประกอบการหลายรายที่ไม่ต้องการเปิดเผยการดำิเนินงานที่แท้จริงของกิจการไม่นิยมที่จะจดทะเบียน Vat แต่ในทางกฎหมายที่ต้องการให้ทำธุรกิจอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ เพื่อให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็เลยกำหนดบทลงโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามไว้ค่อนข้างหนัก บางครั้งเลยส่งผลให้ผู้ที่ไม่มีเจตนาแต่ทำธุรกิจโดยไม่ได้ศึกษาหรือเตรียมการไว้อย่างรอบคอบต้องประสบปัญหาเช่นเดียวกับกรณีของคุณอยู่สม่ำเสมอ (ส่วนนี้แนะนำให้คุณส่งเจ้าหน้าที่บัญชี-การเงินเข้าอบรมเพื่อติดตามข้อกฎหมายให้สม่ำเสมอครับ จะช่วยได้ ถ้านึกไม่ออกว่าจะไปที่ไหน ก็ที่ธรรมนิตินี่แหละครับมีอบรมอยู่เรื่อยๆ)

ซึ่งจากรายละเอียดที่คุณให้มาแสดงว่า เจ้าหน้าที่สรรพากรประเมินคิดเบี้ยปรับตาม มาตรา 89(1) ประมวลรัษฎากร สำหรับช่วงที่คุณประกอบกิจการโดยไม่ไปจด Vat ทั้งที่รับรู้รายได้ถึงเกณฑ์  สิ่งที่ทำได้แนะนำให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่สรรพากรเพื่อขอลดเบี้ยปรับ เบื้องต้นขอให้คุณลองดู http://www.rd.go.th/publish/5209.0.html ด้านล่างของมาตรา 89 จะมีคำสั่งกรมสรรพากรที่เกี่ยวของกับการคิดเบี้ยปรับนะครับ ซึ่งรายละเอียดของการลด ยกเว้นต่างๆ จะต้องพิจารณาตามประเภทของการกระทำผิดที่เป็นเหตุให้โดนปรับ ซึ่งคุณคงต้องดูในประเด็นที่เกี่ยวกับกิจการของคุณเองครับ

แต่อย่างไรก็ตาม โดยปรกติเรื่องเบี้ยปรับกรณีการชำระภาษีผิดพลาดนี้ เป็นเรื่องที่อาจผ่อนผันให้บรรเทาความเดือดร้อนได้ (ไม่ใช่ไม่ต้องจ่ายนะครับ เพราะจากข้อมูลของคุณเป็นการผิดที่เจ้าหน้าที่สรรพากรก็ยากที่จะยกเว้นครับ คนอื่นก็ถูกเรียกเก็บแบบนี้เช่นเดียวกันนะครับ) โดยการยื่นอุทธรณ์ คำสั่งปรับของเจ้าพนักงานต่อคณะกรรมการหรืออธิบดี ซึ่งเรื่องนี้ คุณสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่สรรพากรที่ประเมินบริษัทคุณได้เลยครับ หลักงจากนั้นหากยังไม่เป็นที่พอใจ หรือเข้าใจว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถยื่นคำร้องต่อศาลภาษีอากรต่อไปได้อีกชั้นหนึ่งครับ

แต่ต้องเข้าใจประเด็นนะครับ ว่า การอุทธรณ์ หรือ ยื่นคำร้องต่อศาลนั้น เป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่อาจประเมินแล้วสูงเกินไปกว่าที่คุณเห็นว่าควรจะเป็น หรือ ขอลดเบี้ยปรับด้วยเหตุว่าอัตราสูงเกินไปกว่าที่จะชำระได้ หรือขอเป็นการผ่อนชำระเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของกิจการ ซึ่งเรื่องแบบนี้ ต้องเริ่มขั้นแรกที่ต้องทำ คือ ทดลองอ่านข้อกฎหมายที่แนะนำไป แล้ว ประเมินภาระเบี้ยปรับของคุณดูครับ ว่าเมื่อเทียบกับที่เจ้าหน้าที่ประเมินมาแล้ว สอดคล้องกันหรือไม่ ถ้าเจ้าหน้าที่ประเมินสูงไป ก็ต้องขดลด แต่ถ้าเขาประเมินถูกแล้ว ก็อาจต้องขอลดด้วยเหตุจำเป็นต่างๆ หรือจะขอเป็นผ่อนชำระก็ได้แล้วแต่กรณีครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!