หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: ยินดีต้อนรับสู่ "กูรูฟอรั่ม" www.guruforum.in.th ศูนย์รวมนักวิชาชีพและผู้แสวงหาความรู้ด้านกฎหมาย บัญชี ภาษีอากร การเงิน บริหาร และไอที ร่วมถาม-ตอบ แบ่งปันประสบการณ์ความรู้ เพื่อพัฒนาสังคมวิชาชีพให้ก้าวหน้า สมาชิกจะได้รับสิทธิในการตั้งคำถาม ตอบคำถาม รับข่าวสาร และร่วมโหวตในประเด็นต่างๆ ท่านใดที่ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกกรุณาลงทะเบียนที่เมนูด้านบนครับ

+  GURUFORUM
|-+  Professional Community
| |-+  กฎหมาย
| | |-+  ทุกข์ของเจ้าหนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ทุกข์ของเจ้าหนี้  (อ่าน 834 ครั้ง)
pning
Newbie
*
กระทู้: 1


« เมื่อ: มิถุนายน 18, 2009, 11:06:39 AM »

ผมได้ให้เพื่อนสนิท้ยืมเงินไปจำนวน 800,000 บาท ตั้งแต่ปี 47 โดยมีการตกลงทำสัญญา้เงินกัน คำถามคือ

1. ศาลตัดสินให้ผมเป็นฝ่ายชนะคดีแล้ว ในขณะที่ได้รับหมายศาลทราบมาว่าลูกหนี้ได้ทำการโอน ย้าย เปลี่ยนชื่อ ย้ายทะเบียนบ้าน เพื่อหนีหนี้ (มีเจ้าหนี้หลายราย) ปรึกษาทนายว่าถ้าไม่มีทรัพย์สินให้ยึดก็หมดปัญญา ถ้าจะสืบทรัพย์ก็ยากเสียค่าใช้จ่ายเยอะ อยากจะให้ช่วยชี้แนะถึงวิธีการสืบทรัพย์บังคับคดี หรือวิธีทางอื่นในการติดตามตัวลูกหนี้ จะเป็นพระคุณยิ่ง

2. ถ้าศาลฟ้องลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลายก็แล้ว โอกาสที่ผมจะได้เงินกลับมาคงไม่มีเลยใช่หรือปล่าวครับ ผมท้อใจมาก ตอนนี้ผมอยากได้เงินกลับคืนมามากกว่า ถึงฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลายก็เท่านั้น (ลูกหนี้เป็นคนมีฐานะแต่เหนียวหนี้ คือเจ้าหนี้อยากฟ้องก็ฟ้องไป ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่แล้ว) ถึงชนะคดีก็เท่านั้นแค่นอนกอดคำพิพากษาไว้ก็ไม่มีประโยชน์ 

3. มีวิธีการอย่างไร ที่จะสามารถเอาผิดกับลูกหนี้ได้อีกหรือไม่ ไม่ทางแพ่งก็อาญาถ้าสืบทราบมาลูกหนี้พยายามโยกย้ายถ่ายเททรัพย์สินของตนเป็นชื่อผู้อื่นในระหว่างที่มีการฟ้องร้อง (แต่ผมก็ไม่มีหลักฐานอะไรจะมาพิสูจน์ว่าเขาโยกย้านทรัพย์สิน เหนื่อยใจจังครับ) 

ขอขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
Sociolegalist
Global Moderator
Newbie
*****
กระทู้: 37


« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2009, 02:04:39 PM »

เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ระบบกฎหมายเมืองไทยคงต้องทำความเข้าใจกันอีกเยอะครับ ในกรณีของคุณผมคิดว่า หาก
1. ลูกหนี้ เป็นเพื่อนของคุณ
2. เขาเป็นคนที่มีทรัพย์สิน แต่เหนียวหนี้ คือ ชำระได้ แต่ไม่ยอมชำระ
3. มูลค่าหนี้ รวมกันทุกรายเกินกว่า 1 ล้านบาท (ลำพังของคุณก็ 8 แสนแล้ว)


แนะนำแบบฟันธงครับ ว่าคุณควรฟ้องล้มละลายเพื่อนสนิทของคุณคนนี้ เพื่อช่วยเพื่อนคุณ และช่วยจัดการทรัพย์สินของเขาเท่าที่จำเป็นครับ ด้วยเหตุผลว่า

1) หลักการของกฎหมายล้มละลายในปัจจุบันนั้น เป็นเรื่องที่ดี และเป็นการให้โอกาสคนที่ผิดพลาดไปสามารถกลับมาตั้งต้นใหม่ได้นะครับ เนื่องจากหากผู้ที่ถูกศาลตัดสินให้ล้มละลายแล้วสามารถ กลับมาเป็นคนปกติ ได้โดยการปลดจากการล้มละลาย ซึ่งทำให้หนี้ต่างๆ ที่เคยทำมาหมดสิ้นผลในทางกฎหมายไป เจ้าหนี้เดิมไม่มีสิทะธิไล่เบี้ย หรือเรียกร้องอีกต่อไป
2) กระบวนการของการล้มละลายนั้น จะมีขั้นตอนมากกว่าการฟ้องคดีปกติ โดยกระบวนการบางขั้นตอนของศาลล้มละลาย จะทำให้สามารถเรียกเอาทรัพย์สินที่ถูกถ่ายโอนเพื่อหนีหนี้กลับมาคืนให้แบ่งชำระหนี้แก่เจ้าหนี้รายต่างๆได้อย่างยุติธรรม แต่วิธีการในการฟ้องร้องคดี สามารถดำเนินการได้ง่ายกว่าในศษลแพ่ง
3) ไม่ใช่ว่าคนที่ถูกฟ้องล้มละลายแล้วต้องถูกศาลพิพากษาให้เป็นคนล้มละลายทุกคนนะครับ มีกระบวนการต่างๆ มากกว่านั้นเยอะ และหลายขั้นตอนเป็นเรื่องการเจรจา
4) กระบวนการในศาลล้มละลายเป็นกระบวนการที่มีบทบังคับคล้ายกฎหมายอาญาที่หากลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามหมายศาล อาจติดคุกไม่รู้ตัวได้ และเป็นการดำเนินการทางยุติธรรมที่พยายามให้ลูกหนี้กับเจ้าหนี้ทั้งหลาย ได้เข้ามาเจรจากันมากกว่า การไปดำเนินคดีแพ่งเป็นเรื่องๆ อันจะเป็นการรกศาล
5) การดำเนินการกับคนที่เอาเปรียบคนอื่น หรือสังคมถือเป็นการทำดี เพื่อสังคมเหมือนกันนะครับ คุณลองคิดดูว่า หากเพื่อนสนิทของคุณคนนี้ เขาไป้หนี้ยืมสินอยู่เรื่อยๆ ย่อมต้องสร้างภาระหนีสินเพิ่มขึ้นทุกวัน ทั้งที่ในวันนี้เขาไม่่สามารถชำระหนี้ได้แล้ว ภาษากฎหมายเรียกว่า มีหนี้สินล้นพ้นตัวแล้ว และหากเจ้าหนี้รายอื่นๆ ก็มีความเดือดร้อนเช่นเดียวกับคุณ ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่า เพื่อนคุณคนนี้ นิยมสร้างความเดือดร้อนให้แก่คนอื่น ๆ เช่น หากคุณเดือดร้อน แทนที่จะนำเงินที่เก็บหอมรอมริบไว้มาใช้ได้ ก็ต้องไป้ยืมกันต่อไปเรื่อยๆ  เป็นทอดๆ มันก็ยิ่งสร้างความวุ่นวายให้ระบบเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวมมากยิ่งขึ้นใช่หรือไม่ครับ
6) ปัญหาภาระการพิสูจน์ทรัพย์ของลูกหนี้ จะลดลงไปเยอะครับ ถ้าฟ้องล้มละลาย เพราะหากศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว จะเป็นหน้าที่ของลูกหนี้ ที่ต้องส่งมอบบัญชีทรัพย์สินต่างๆ ให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อตรวจสอบ และดำเนินการจัดการทรัพย์สินต่อไปครับ ซึ่งหากปกปิด แล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สืบทราบ ก็อา่จโดนข้อหาแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงานด้วยนะครับ

แต่ข้อควรระวังคือ การเป็นเจ้าหนี้ผู้ฟ้องคดีในการดำเนินคดีล้มละลายนั้น มีหน้าที่ต่างๆ ตามกฎหมายที่ควรศึกษาให้ดีก่อนการดำเนินการด้วยครับ ดังนั้น หากคิดจะฟ้องควรต้องปรึกษานักกฎหมายเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ให้ชัดเจนด้วยครับ

สำหรับเรื่องการฟ้องล้มละลายนี้ โดยมากสถาบันการเงินมักไม่ชอบทำครับ เพราะ อาจได้หนี้น้อยกว่า เมื่อคิดกันตามสัดส่วน แต่หากเป็นฝ่ายเจ้าหนี้รายบุคคลควรดำเนินการครับ เพราะจะสามารถเจารจา ต่อรองได้เลยโดยตรง ซึ่งในการดำเนินคดี โดยเฉพาะเรื่องฟ้องล้มละลาย นี้ ผมขอบอกก่อนเลยว่า หากเข้าสู่กระบวนการล้มละลายแล้ว แบงค์หลายแห่งมักทิ้งครับ เพราะต้องจัดคนมาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเขาไม่มีคนมาคอยทำทุกเรื่องทุกตลอดเวลา ดังนั้น เรื่องเมื่อเข้าสู่กระบวนการแล้ว หากไม่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามกฎหมาย สิทธิในการได้รับชำระหนี้ก็อาจหลุดไปด้วยครับ ซึ่งลองคิดดูนะครับ ว่า หากเจ้าหนี้รายใหญ่อย่างธนาคารไมมีส่วนแบ่งในทรัพย์สินของลูกหนี้ แล้ว ย่อมทำให้ส่วนแบ่งมีมากขึ้นนั่นเอง 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!