Sociolegalist
Global Moderator
Newbie
    
กระทู้: 37
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2009, 02:04:39 PM » |
|
เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ระบบกฎหมายเมืองไทยคงต้องทำความเข้าใจกันอีกเยอะครับ ในกรณีของคุณผมคิดว่า หาก 1. ลูกหนี้ เป็นเพื่อนของคุณ 2. เขาเป็นคนที่มีทรัพย์สิน แต่เหนียวหนี้ คือ ชำระได้ แต่ไม่ยอมชำระ 3. มูลค่าหนี้ รวมกันทุกรายเกินกว่า 1 ล้านบาท (ลำพังของคุณก็ 8 แสนแล้ว)
แนะนำแบบฟันธงครับ ว่าคุณควรฟ้องล้มละลายเพื่อนสนิทของคุณคนนี้ เพื่อช่วยเพื่อนคุณ และช่วยจัดการทรัพย์สินของเขาเท่าที่จำเป็นครับ ด้วยเหตุผลว่า
1) หลักการของกฎหมายล้มละลายในปัจจุบันนั้น เป็นเรื่องที่ดี และเป็นการให้โอกาสคนที่ผิดพลาดไปสามารถกลับมาตั้งต้นใหม่ได้นะครับ เนื่องจากหากผู้ที่ถูกศาลตัดสินให้ล้มละลายแล้วสามารถ กลับมาเป็นคนปกติ ได้โดยการปลดจากการล้มละลาย ซึ่งทำให้หนี้ต่างๆ ที่เคยทำมาหมดสิ้นผลในทางกฎหมายไป เจ้าหนี้เดิมไม่มีสิทะธิไล่เบี้ย หรือเรียกร้องอีกต่อไป 2) กระบวนการของการล้มละลายนั้น จะมีขั้นตอนมากกว่าการฟ้องคดีปกติ โดยกระบวนการบางขั้นตอนของศาลล้มละลาย จะทำให้สามารถเรียกเอาทรัพย์สินที่ถูกถ่ายโอนเพื่อหนีหนี้กลับมาคืนให้แบ่งชำระหนี้แก่เจ้าหนี้รายต่างๆได้อย่างยุติธรรม แต่วิธีการในการฟ้องร้องคดี สามารถดำเนินการได้ง่ายกว่าในศษลแพ่ง 3) ไม่ใช่ว่าคนที่ถูกฟ้องล้มละลายแล้วต้องถูกศาลพิพากษาให้เป็นคนล้มละลายทุกคนนะครับ มีกระบวนการต่างๆ มากกว่านั้นเยอะ และหลายขั้นตอนเป็นเรื่องการเจรจา 4) กระบวนการในศาลล้มละลายเป็นกระบวนการที่มีบทบังคับคล้ายกฎหมายอาญาที่หากลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามหมายศาล อาจติดคุกไม่รู้ตัวได้ และเป็นการดำเนินการทางยุติธรรมที่พยายามให้ลูกหนี้กับเจ้าหนี้ทั้งหลาย ได้เข้ามาเจรจากันมากกว่า การไปดำเนินคดีแพ่งเป็นเรื่องๆ อันจะเป็นการรกศาล 5) การดำเนินการกับคนที่เอาเปรียบคนอื่น หรือสังคมถือเป็นการทำดี เพื่อสังคมเหมือนกันนะครับ คุณลองคิดดูว่า หากเพื่อนสนิทของคุณคนนี้ เขาไป้หนี้ยืมสินอยู่เรื่อยๆ ย่อมต้องสร้างภาระหนีสินเพิ่มขึ้นทุกวัน ทั้งที่ในวันนี้เขาไม่่สามารถชำระหนี้ได้แล้ว ภาษากฎหมายเรียกว่า มีหนี้สินล้นพ้นตัวแล้ว และหากเจ้าหนี้รายอื่นๆ ก็มีความเดือดร้อนเช่นเดียวกับคุณ ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่า เพื่อนคุณคนนี้ นิยมสร้างความเดือดร้อนให้แก่คนอื่น ๆ เช่น หากคุณเดือดร้อน แทนที่จะนำเงินที่เก็บหอมรอมริบไว้มาใช้ได้ ก็ต้องไป้ยืมกันต่อไปเรื่อยๆ เป็นทอดๆ มันก็ยิ่งสร้างความวุ่นวายให้ระบบเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวมมากยิ่งขึ้นใช่หรือไม่ครับ 6) ปัญหาภาระการพิสูจน์ทรัพย์ของลูกหนี้ จะลดลงไปเยอะครับ ถ้าฟ้องล้มละลาย เพราะหากศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว จะเป็นหน้าที่ของลูกหนี้ ที่ต้องส่งมอบบัญชีทรัพย์สินต่างๆ ให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อตรวจสอบ และดำเนินการจัดการทรัพย์สินต่อไปครับ ซึ่งหากปกปิด แล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สืบทราบ ก็อา่จโดนข้อหาแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงานด้วยนะครับ
แต่ข้อควรระวังคือ การเป็นเจ้าหนี้ผู้ฟ้องคดีในการดำเนินคดีล้มละลายนั้น มีหน้าที่ต่างๆ ตามกฎหมายที่ควรศึกษาให้ดีก่อนการดำเนินการด้วยครับ ดังนั้น หากคิดจะฟ้องควรต้องปรึกษานักกฎหมายเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ให้ชัดเจนด้วยครับ
สำหรับเรื่องการฟ้องล้มละลายนี้ โดยมากสถาบันการเงินมักไม่ชอบทำครับ เพราะ อาจได้หนี้น้อยกว่า เมื่อคิดกันตามสัดส่วน แต่หากเป็นฝ่ายเจ้าหนี้รายบุคคลควรดำเนินการครับ เพราะจะสามารถเจารจา ต่อรองได้เลยโดยตรง ซึ่งในการดำเนินคดี โดยเฉพาะเรื่องฟ้องล้มละลาย นี้ ผมขอบอกก่อนเลยว่า หากเข้าสู่กระบวนการล้มละลายแล้ว แบงค์หลายแห่งมักทิ้งครับ เพราะต้องจัดคนมาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเขาไม่มีคนมาคอยทำทุกเรื่องทุกตลอดเวลา ดังนั้น เรื่องเมื่อเข้าสู่กระบวนการแล้ว หากไม่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามกฎหมาย สิทธิในการได้รับชำระหนี้ก็อาจหลุดไปด้วยครับ ซึ่งลองคิดดูนะครับ ว่า หากเจ้าหนี้รายใหญ่อย่างธนาคารไมมีส่วนแบ่งในทรัพย์สินของลูกหนี้ แล้ว ย่อมทำให้ส่วนแบ่งมีมากขึ้นนั่นเอง
|